1 00:00:06,000 --> 00:00:09,200 ‎เนื้อหาตอนที่แล้ว ในรายการการันตีรางวัล 2 00:00:09,280 --> 00:00:11,120 ‎เรื่องอารยธรรมมนุษย์ 3 00:00:11,200 --> 00:00:15,200 ‎ได้พาไปสำรวจการตื่นรู้ทางจิตของคนยุคก่อน 4 00:00:15,280 --> 00:00:16,400 ‎คล้ายป้าแครอล 5 00:00:16,480 --> 00:00:19,960 ‎บรรพบุรุษเราหันไปพึ่งกูรูเหมือนกัน 6 00:00:20,760 --> 00:00:22,520 ‎แต่ต่างกันตรงไม่ได้ทิ้งสามี… 7 00:00:22,600 --> 00:00:24,400 ‎(ฟิโลมีนา คังค์ ผู้ดำเนินรายการ) 8 00:00:24,480 --> 00:00:26,760 ‎ไปอยู่บ้านไร่กับกูรู พร้อมสาวอีกแปดคน 9 00:00:26,840 --> 00:00:29,160 ‎ในสภาพที่ต้องขอละไว้ 10 00:00:29,240 --> 00:00:33,040 ‎เพราะตำรวจนอร์ทเวลส์ยังสอบสวนคดีอยู่ 11 00:00:33,120 --> 00:00:34,920 ‎โลกเราเปลี่ยนไปตลอดกาล 12 00:00:35,000 --> 00:00:37,680 ‎หลังศาสนาสอนให้รับความต่าง ให้อภัย 13 00:00:37,759 --> 00:00:42,200 ‎แต่ส่งผลให้คนฟัดกัน ‎อย่างกับหนูในรองเท้าเป็นร้อยปี 14 00:00:42,280 --> 00:00:44,800 ‎แต่โลกกำลังจะประเทืองจิตใจอีกขั้น 15 00:00:44,880 --> 00:00:48,280 ‎ก่อนพังครืนลง ‎เมื่อเจออำนาจเหนือกว่าอีกอย่าง 16 00:00:48,960 --> 00:00:52,320 ‎มนุษยชาติจะได้เจอสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา 17 00:00:52,400 --> 00:00:54,320 ‎ยุคเรอแนซ็องส์ 18 00:00:54,400 --> 00:00:58,120 ‎ที่เกิดบนดาวเคราะห์ที่เรายังคงอยู่ 19 00:00:58,200 --> 00:01:01,120 ‎หินอวกาศเป็นประกายที่ชื่อว่าโลก 20 00:01:08,560 --> 00:01:11,560 ‎(มองโลกผ่านคังค์) 21 00:01:14,400 --> 00:01:18,160 ‎(ตอนที่สาม: ยุคเรเนสซองส์ไม่มีให้ดูในทีวี) 22 00:01:19,600 --> 00:01:21,520 ‎มันคือปี 1440 23 00:01:21,600 --> 00:01:24,000 ‎ไม่ใช่ปีนี้นะ แต่ปีสมัยนั้น 24 00:01:24,520 --> 00:01:27,280 ‎สิ่งประดิษฐ์ตัวใหม่กำลังจะจุดประกาย 25 00:01:27,360 --> 00:01:29,200 ‎ผลักดันกรอบความเป็นไปได้ 26 00:01:30,400 --> 00:01:33,280 ‎หลายร้อยปีก่อน ชาวจีนได้คิดค้นการพิมพ์ 27 00:01:33,360 --> 00:01:35,240 ‎แต่ยุโรปกลับไม่ใส่ใจ 28 00:01:35,320 --> 00:01:37,360 ‎จนมีการประดิษฐ์แท่นพิมพ์ 29 00:01:37,440 --> 00:01:40,320 ‎โดยคนเยอรมัน โยฮันเนิส สตีฟ กูเทินแบร์ค 30 00:01:40,400 --> 00:01:43,480 ‎แท่นพิมพ์กูเทินแบร์คคือแท่นพิมพ์แรกของโลก 31 00:01:43,560 --> 00:01:45,240 ‎ซึ่งหมายถึงไม่รวมจีน 32 00:01:45,320 --> 00:01:50,200 ‎แท่นพิมพ์ได้เปลี่ยนแปลงอะไรที่สำคัญมั้ย 33 00:01:50,280 --> 00:01:52,160 ‎การประดิษฐ์การพิมพ์ 34 00:01:52,240 --> 00:01:55,280 ‎ช่วยให้คนสามารถสื่อสารความคิด 35 00:01:55,360 --> 00:01:56,480 ‎ทั่วทั้งโลก 36 00:01:57,280 --> 00:02:00,680 ‎หากปราศจากมันวัฒนธรรมคงไม่เป็นอย่างที่เห็น 37 00:02:00,760 --> 00:02:04,640 ‎เขาคือต้นเหตุที่ทำให้โลกเป็นอย่างทุกวันนี้ 38 00:02:04,720 --> 00:02:06,880 ‎นี่เรียกสำคัญแล้วเหรอ 39 00:02:08,520 --> 00:02:12,440 ‎หนังสือเล่มแรกที่ตีพิมพ์คือคัมภีร์ไบเบิล 40 00:02:12,520 --> 00:02:14,720 ‎แต่นอกจากจะเผยแผ่พระวัจนะ 41 00:02:14,800 --> 00:02:17,520 ‎ก็ยังมีความคิดของนักวิทย์, นักปรัชญา, 42 00:02:17,600 --> 00:02:19,480 ‎ล่วงเลยมาถึงแดน บราวน์ 43 00:02:19,560 --> 00:02:20,960 ‎(แดน บราวน์ รหัสลับดาวินชี) 44 00:02:22,240 --> 00:02:24,000 ‎การลอกหนังสือใช้เวลานาน 45 00:02:24,080 --> 00:02:26,240 ‎เพื่อป้อนงานให้แท่นพิมพ์ 46 00:02:26,320 --> 00:02:28,520 ‎ผู้คนจึงทบทวนอดีต 47 00:02:28,600 --> 00:02:31,240 ‎เสาะหาเหล้าเก่ามาบรรจุลงขวดใหม่ 48 00:02:32,000 --> 00:02:33,920 ‎ปรัชญากรีกโบราณถึงได้ 49 00:02:34,000 --> 00:02:37,280 ‎สร้างความทึ่งและได้รับความนิยมใหม่ 50 00:02:37,360 --> 00:02:40,880 ‎สมัยนั้นชีวิตผู้คนค่อนข้างหมองหม่นอมทุกข์ 51 00:02:40,960 --> 00:02:42,440 ‎ไม่แพ้ลุงมาร์ติน 52 00:02:42,520 --> 00:02:44,720 ‎งานอดิเรกมีแค่ก้มหน้าทำงาน 53 00:02:44,800 --> 00:02:47,160 ‎ใกล้ตายเพราะโรคระบาด โดนทรมาน 54 00:02:47,240 --> 00:02:50,440 ‎ผู้คนนึกว่าชีวิตมีอยู่แค่นั้น 55 00:02:51,440 --> 00:02:54,640 ‎ก็เลยไม่เห็นว่าปรัชญากรีกโบราณ 56 00:02:54,720 --> 00:02:58,640 ‎น่าเบื่ออย่างเราๆ แต่เป็นการประเทืองปัญญา 57 00:02:58,720 --> 00:03:01,320 ‎ช่วยเปลี่ยนทัศนคติเรื่องตัวเอง 58 00:03:01,400 --> 00:03:03,880 ‎เช่นพอลเพื่อนฉัน ยัดบราวนี่เคตามีนห้าชิ้น 59 00:03:03,960 --> 00:03:06,240 ‎แล้วหลอนว่ามีโทรจิต สื่อสาร 60 00:03:06,320 --> 00:03:08,360 ‎กับสัตว์ทุกตัวในทีวีได้ 61 00:03:09,160 --> 00:03:12,760 ‎พอลโดนควบคุมตัวเพื่อความปลอดภัยของเขา 62 00:03:12,840 --> 00:03:16,040 ‎แต่บรรพบุรุษเรากลับคิดเปลี่ยนโลก 63 00:03:21,560 --> 00:03:22,920 ‎นี่คือนครฟลอเรนซ์ 64 00:03:23,000 --> 00:03:26,760 ‎คนอิตาเลียนเรียกฟีเรนเซ ‎ให้นักท่องเที่ยวหาไม่เจอ 65 00:03:26,840 --> 00:03:27,960 ‎เรามาถูกชัวร์ๆ 66 00:03:28,040 --> 00:03:30,080 ‎เพราะเช็กกับแผนที่อังกฤษแล้ว 67 00:03:31,560 --> 00:03:34,840 ‎ฟลอเรนซ์อาจดูแล้วเหมือนเมืองไร้แก่นสาร 68 00:03:34,920 --> 00:03:37,720 ‎แต่สมัยศตวรรษที่ 15 ที่นี่คือศูนย์กลาง 69 00:03:37,800 --> 00:03:41,880 ‎ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม ‎และศิลปะที่ไม่เคยมีมาก่อน 70 00:03:41,960 --> 00:03:44,480 ‎เรอเนซอสคืออะไรนะ 71 00:03:44,560 --> 00:03:47,120 ‎ชื่อซอสสมัยศตวรรษที่ 16 เหรอ 72 00:03:47,200 --> 00:03:49,600 ‎เรอแนซ็องส์เป็นภาษาฝรั่งเศส 73 00:03:49,680 --> 00:03:53,680 ‎เรอแนซ็องส์ ‎"แนซ็องส์" แปลว่า "เกิด" 74 00:03:53,760 --> 00:03:55,440 ‎จึงหมายถึงเกิดใหม่ 75 00:03:55,520 --> 00:03:57,280 ‎ไม่ใช่เครื่องปรุงรสเหรอ 76 00:03:57,360 --> 00:03:59,560 ‎- เท่าที่รู้ก็ไม่นะ ‎- โอเค 77 00:03:59,640 --> 00:04:02,200 ‎สมัยนั้นใช้ซอสอะไรกัน 78 00:04:02,280 --> 00:04:06,280 ‎ผมไม่ถนัดประวัติศาสตร์อาหาร 79 00:04:06,360 --> 00:04:08,080 ‎ประวัติศาสตร์ซอส 80 00:04:08,160 --> 00:04:10,040 ‎คุณไม่ชอบกินซอสเหรอ 81 00:04:10,120 --> 00:04:12,400 ‎ผมไม่ได้กินซอสเป็นหลัก 82 00:04:14,440 --> 00:04:16,720 ‎คงต้องทบทวนเรื่องสัมภาษณ์นี้ละ 83 00:04:18,120 --> 00:04:19,760 ‎ในยุคเรอแนซ็องส์ 84 00:04:19,840 --> 00:04:23,200 ‎ฟลอเรนซ์ได้ผลิตศิลปิน 85 00:04:23,279 --> 00:04:26,839 ‎ที่พอมีฝีมือวาดรูปได้น่าดูเป็นครั้งแรก 86 00:04:26,920 --> 00:04:30,680 ‎ช่างวาดที่พอมีฝีมือเด่นๆ คือบอตตีเชลลี 87 00:04:31,640 --> 00:04:33,280 ‎ภาพนี้คือภาพอะไร 88 00:04:33,360 --> 00:04:36,880 ‎กำเนิดวีนัส ของอเลสซันโดร บอตตีเชลลี 89 00:04:36,960 --> 00:04:40,320 ‎เป็นภาพเขียนดังภาพหนึ่งของยุคเรอแนซ็องส์ 90 00:04:40,400 --> 00:04:44,160 ‎เรารู้ได้ไงว่ากำเนิดวีนัสเป็นตามนี้ 91 00:04:44,240 --> 00:04:47,320 ‎ภาพนี้วาดบุคคลในตำนาน 92 00:04:47,400 --> 00:04:49,280 ‎เป็นภาพเชิงเปรียบเทียบ 93 00:04:49,360 --> 00:04:51,800 ‎- แนวคิดเรื่องเทพี… ‎- อ้อ 94 00:04:51,880 --> 00:04:55,480 ‎ที่ก่อรูปร่างเป็นเทพ ไม่ได้คลอดจากครรภ์ 95 00:04:55,560 --> 00:04:57,040 ‎คอยาวเฟื้อยเชียว 96 00:04:57,120 --> 00:05:01,080 ‎เป็นลูกครึ่งยีราฟเหรอ หรือวาดคอไม่เป็น 97 00:05:04,400 --> 00:05:05,800 ‎คอเธอ… 98 00:05:05,880 --> 00:05:10,240 ‎เป็นสัญลักษณ์แทนความงาม วาดให้คอเรียว… 99 00:05:10,320 --> 00:05:11,840 ‎เจอจุดพลาดด้วย ดูสิ 100 00:05:11,920 --> 00:05:14,240 ‎คนนี้เป่าลม ผมเธอก็ปลิวตาม 101 00:05:14,320 --> 00:05:16,120 ‎แต่ตรงต้นไม้ฝั่งขวา 102 00:05:16,200 --> 00:05:18,080 ‎ไม่กระดิก ไม่มีลม 103 00:05:18,160 --> 00:05:21,040 ‎ต้องตัดต่อคนเข้าไปแน่ๆ 104 00:05:21,120 --> 00:05:22,760 ‎ปลอมทั้งยวงเลย 105 00:05:23,440 --> 00:05:27,880 ‎ศิลปินชื่อก้องคนอื่นๆ ‎สร้างผลงานสามมิติ "ประติมากรรม" 106 00:05:27,960 --> 00:05:31,520 ‎ตัวอย่างที่เลื่องลือคือภาพเปลือยนี้ 107 00:05:31,600 --> 00:05:34,200 ‎ที่ชื่อว่าเดวิดของมีเกลันเจโล 108 00:05:34,720 --> 00:05:37,800 ‎ถ้าทำใจมองข้ามกล่องดวงใจจากหินอ่อน 109 00:05:37,880 --> 00:05:40,440 ‎คุณจะเห็นรายละเอียดที่น่าทึ่ง 110 00:05:40,520 --> 00:05:42,680 ‎ตลอดทั่วเรือนร่างของมีเกลันเจโล 111 00:05:43,480 --> 00:05:46,520 ‎ตาเขามีม่านตาด้วยนะ เหมือนตัวเฟอร์บี้ 112 00:05:46,600 --> 00:05:48,560 ‎กล้ามเนื้อก็ละเอียดชัดเจน 113 00:05:48,640 --> 00:05:49,920 ‎ดูกล้ามท้องสิ 114 00:05:50,000 --> 00:05:53,520 ‎ตัวพิสูจน์ว่าฟิตเนสแหกตา ‎เพราะสมัยนั้นยังไม่มี 115 00:05:53,600 --> 00:05:55,200 ‎แต่เขายังฟิตกล้ามได้ 116 00:05:55,280 --> 00:05:58,360 ‎หลังมือก็มีเส้นเลือดสมจริง 117 00:05:58,440 --> 00:06:01,000 ‎สูบฉีดเลือดหินไปที่ปลายนิ้ว 118 00:06:01,520 --> 00:06:04,120 ‎แต่แม้จะใส่ใจรายละเอียด 119 00:06:04,200 --> 00:06:07,680 ‎มองด้านหลังปราดเดียวก็เห็นว่ารูก้นหาย 120 00:06:07,760 --> 00:06:09,880 ‎งงมากทำไมถึงตัดทิ้ง 121 00:06:09,960 --> 00:06:12,240 ‎ช่างสลักเกิดเขินอาย 122 00:06:12,320 --> 00:06:15,600 ‎แบบต้องลากลับบ้านเร็ว หรือตัวจริงก็ไม่มี 123 00:06:15,680 --> 00:06:17,240 ‎เราจนปัญญาจะเดา 124 00:06:19,080 --> 00:06:22,120 ‎ผู้ได้ชื่อว่าเป็นนายแห่งยุคเรอแนซ็องส์นี้ 125 00:06:22,200 --> 00:06:25,440 ‎คือมนุษย์นามว่า เลโอนาร์โด ดาวินชี 126 00:06:27,480 --> 00:06:29,480 ‎นี่คือวิทรูเวียนแมน 127 00:06:29,560 --> 00:06:34,600 ‎ภาพที่เลโอนาร์โด ดาวินชี ‎วาดขึ้นช่วงราว 1490 128 00:06:34,680 --> 00:06:35,720 ‎เพื่ออะไร 129 00:06:38,120 --> 00:06:39,680 ‎วาดไปทำไมคะ 130 00:06:39,760 --> 00:06:44,360 ‎เลโอนาร์โดวาดเพราะต้องการศึกษา 131 00:06:44,440 --> 00:06:49,920 ‎วิธีสเกตช์คนให้สมส่วน 132 00:06:50,000 --> 00:06:52,760 ‎ถามหน่อย เห็นกล่องดวงใจเขานะ 133 00:06:52,840 --> 00:06:53,760 ‎ฉันไม่ได้มโน 134 00:06:54,760 --> 00:06:57,240 ‎มีเวอร์ชันสวมกางเกงในมั้ย 135 00:06:57,320 --> 00:06:59,000 ‎โอ้ ไม่ค่ะ 136 00:06:59,720 --> 00:07:01,480 ‎เขาเห็นว่ามันปกติเหรอ 137 00:07:01,560 --> 00:07:03,240 ‎ประเจิดประเจ้อไปมั้ย 138 00:07:03,320 --> 00:07:05,040 ‎ไม่เลย 139 00:07:05,120 --> 00:07:07,200 ‎เพราะว่าความงาม… 140 00:07:07,280 --> 00:07:11,200 ‎ความงามของร่างกายมนุษย์… 141 00:07:11,280 --> 00:07:13,880 ‎ให้ดูมัดถั่วต้มอีกที นี่งามเหรอ 142 00:07:16,840 --> 00:07:17,680 ‎คุณดูสิ 143 00:07:18,440 --> 00:07:21,440 ‎เลโอนาร์โดยังเขียนบันทึกจบเป็นเล่มๆ 144 00:07:21,520 --> 00:07:24,680 ‎อัดแน่นด้วยภาพวาดสิ่งประดิษฐ์ล้ำสมัย 145 00:07:24,760 --> 00:07:25,960 ‎นี่อะไร 146 00:07:26,720 --> 00:07:28,200 ‎เครื่องยนต์บินได้ 147 00:07:28,280 --> 00:07:31,040 ‎คล้ายกับเฮลิคอปเตอร์ 148 00:07:31,120 --> 00:07:33,080 ‎หน้าตาไม่ค่อยน่าเชื่อ 149 00:07:33,160 --> 00:07:38,240 ‎คล้ายๆ ตอนพอลเพื่อนฉัน ‎คิดค้นลู่วิ่งให้กับงูคู่หมั้น 150 00:07:38,320 --> 00:07:41,520 ‎ภาพสเกตช์นั่นยังเข้าท่ากว่า 151 00:07:41,600 --> 00:07:43,320 ‎พอลเมาเห็ดอยู่ด้วยนะ 152 00:07:43,400 --> 00:07:46,320 ‎แต่ก็นั่นแหละ ตัวต้นแบบกระชากหัวงูขาด 153 00:07:47,360 --> 00:07:48,600 ‎ใช่ 154 00:07:48,680 --> 00:07:51,360 ‎งานฉลองวันเกิดที่ปิดฉากได้ยอดแย่ 155 00:07:52,840 --> 00:07:54,560 ‎สิ่งประดิษฐ์ก็เรื่องหนึ่ง 156 00:07:54,640 --> 00:07:58,280 ‎แต่ปัจจุบัน เรารู้จักดาวินชี ‎ผ่านผลงานภาพเขียน 157 00:07:58,360 --> 00:07:59,720 ‎นี่คือโมนาลิซา 158 00:07:59,800 --> 00:08:03,960 ‎ภาพวาดของจริง ‎ที่ยังหลงเหลือบนโลกและผนังนี้ 159 00:08:04,040 --> 00:08:07,680 ‎ความลึกลับของโมนาลิซาดึงดูดทุกคน 160 00:08:07,760 --> 00:08:11,160 ‎เธอเหมือนผู้หญิงทั่วไป ‎ไม่มีใครอ่านใจเธอออก 161 00:08:11,760 --> 00:08:14,800 ‎แค่มองหน้าก็มีคำถามผุดเป็นพรวน 162 00:08:14,880 --> 00:08:17,200 ‎เธอเป็นใคร ยิ้มทำไม 163 00:08:17,720 --> 00:08:19,720 ‎หนีบลูกโป่งไว้หว่างขามั้ย 164 00:08:19,800 --> 00:08:21,760 ‎ถ้าหนีบ ลูกโป่งสีอะไร 165 00:08:22,360 --> 00:08:25,000 ‎มีแฟนหรือเปล่า แฟนชื่ออะไร 166 00:08:25,080 --> 00:08:27,680 ‎หว่างขาเขามีอะไร เราจะรู้ได้ยังไง 167 00:08:28,360 --> 00:08:30,240 ‎คำตอบคือไม่มีวันรู้ 168 00:08:30,320 --> 00:08:33,560 ‎ทุกคนถึงได้กลับมาทุกปี 169 00:08:33,640 --> 00:08:35,800 ‎เพื่อมองเธอและเฝ้าสงสัย 170 00:08:35,880 --> 00:08:37,520 ‎ก่อนจะเลิกสงสัยแล้วกลับบ้าน 171 00:08:38,360 --> 00:08:40,159 ‎นอกจากจะพอดูได้ 172 00:08:40,240 --> 00:08:44,240 ‎งานของดาวินชียังแสดง ‎ความเป็นผู้นำเทคนิคแห่งยุค 173 00:08:44,320 --> 00:08:45,240 ‎อ่านป้ายเอา 174 00:08:45,320 --> 00:08:46,880 ‎ก่อนยุคเรอแนซ็องส์ 175 00:08:46,960 --> 00:08:51,480 ‎งานเขียนของคนอื่นเป็นภาพสองมิติพิลึกๆ 176 00:08:51,560 --> 00:08:54,400 ‎เพราะศิลปินไม่รู้จักทัศนคติ 177 00:08:54,480 --> 00:08:57,520 ‎คล้ายๆ พอลที่ชกบริกรร้านทีจีไอฟรายเดยส์ 178 00:08:57,600 --> 00:08:59,120 ‎ฐานทำบานอฟฟี่ร่วง 179 00:08:59,840 --> 00:09:02,640 ‎แค่ดูภาพเขียนพระเยซูศตวรรษที่ 14 180 00:09:02,720 --> 00:09:04,520 ‎กำลังดื่มชาสร้างศรัทธาสิ 181 00:09:05,120 --> 00:09:07,080 ‎มิติผิดเพี้ยนไปหมด 182 00:09:07,160 --> 00:09:09,600 ‎ห้องบีบอัดจนดูเหมือนเกิดขึ้น 183 00:09:09,680 --> 00:09:11,640 ‎บนฝากล่อง 184 00:09:12,440 --> 00:09:14,680 ‎พระเยซูตัวใหญ่สองเท่า 185 00:09:14,760 --> 00:09:17,680 ‎อย่างกับดื่มชาจิ๊จ๊ะกับเด็กนักเรียน 186 00:09:17,760 --> 00:09:19,160 ‎ให้ภาพที่ไม่ค่อยดี 187 00:09:19,240 --> 00:09:21,600 ‎แล้วนั่นอะไร ชามหรือเปลือกหอย 188 00:09:21,680 --> 00:09:23,360 ‎ฝีมือไม่เข้าขั้น 189 00:09:23,440 --> 00:09:25,440 ‎น่าละอายแท้ๆ 190 00:09:25,520 --> 00:09:27,160 ‎ไม่ควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์ 191 00:09:27,240 --> 00:09:31,080 ‎แต่ผลงานรีบูตของดาวินชีเป็นหนังคนละม้วน 192 00:09:31,160 --> 00:09:33,960 ‎ทัศนคติของเขาเป๊ะมาก 193 00:09:34,040 --> 00:09:36,480 ‎มุมผนังรูปพระกระยาหารมื้อสุดท้าย 194 00:09:36,560 --> 00:09:37,720 ‎และโต๊ะตรงนี้นะ 195 00:09:37,800 --> 00:09:42,240 ‎เห็นแล้วแทบจะคลานเข้าไป ‎แล้วทรยศพระเยซูเอง 196 00:09:42,320 --> 00:09:46,400 ‎ทัศนคติคือก้าวกระโดดครั้งใหญ่ ‎ของงานศิลปะโดยมนุษย์ 197 00:09:46,480 --> 00:09:50,120 ‎ไม่แพ้การวางขายเกมแครชแบนดิคูต ‎อีกหลายร้อยปีต่อมา 198 00:09:50,200 --> 00:09:54,400 ‎ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรอแนซ็องส์ ‎มีส่วนสำคัญต่ออารยธรรม 199 00:09:54,480 --> 00:09:58,080 ‎แต่สำคัญแค่ไหน ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตัดสิน 200 00:09:58,760 --> 00:10:01,600 ‎สิ่งไหนมีความสำคัญเชิงวัฒนธรรมกว่ากัน 201 00:10:01,680 --> 00:10:06,080 ‎ยุคเรอแนซ็องส์ ‎หรือเพลง "ซิงเกิลเลดีส์" ของบียอนเซ่ 202 00:10:07,280 --> 00:10:09,120 ‎ทั้งสองอย่างมีสมัย 203 00:10:09,200 --> 00:10:10,800 ‎มีช่วงเวลาของมัน 204 00:10:12,640 --> 00:10:13,880 ‎ผมก็ชอบบียอนเซ่ 205 00:10:13,960 --> 00:10:18,360 ‎แต่ยุคเรอแนซ็องส์ ‎ตั้งใจจะฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม 206 00:10:18,440 --> 00:10:19,720 ‎ส่วนบียอนเซ่ 207 00:10:19,800 --> 00:10:21,800 ‎เธอคงไม่ตั้งเป้าขนาดนั้น 208 00:10:21,880 --> 00:10:24,880 ‎แค่ผลงานของผู้ชายสเตรตผิวขาวไม่กี่คน 209 00:10:24,960 --> 00:10:26,840 ‎เหยียบผลงานบียอนเซ่จมดิน 210 00:10:26,920 --> 00:10:28,720 ‎ว่าอย่างนี้เหรอ ออกกล้องนะ 211 00:10:31,640 --> 00:10:34,880 ‎ยุคเรอแนซ็องส์อาจประเทืองปัญญา 212 00:10:34,960 --> 00:10:37,800 ‎แต่ถ้าไม่มีโครงการเหล่านี้คอยให้ความรู้ 213 00:10:38,560 --> 00:10:42,080 ‎ผู้คนก็คงหูตามืดบอดเกี่ยวกับดาวโลก 214 00:10:42,960 --> 00:10:46,600 ‎ชาวนายุคกลางคงทำหน้างงใส่พอถามถึงอเมริกา 215 00:10:46,680 --> 00:10:48,360 ‎เผลอๆ อาจจะแพร่โรคใส่ 216 00:10:49,800 --> 00:10:52,600 ‎ในความคิดพวกเขา แผนที่โลกหน้าตาแบบนี้ 217 00:10:52,680 --> 00:10:55,920 ‎ดินแดนทั้งหมดที่เคยค้นพบติดกัน 218 00:10:56,000 --> 00:10:59,720 ‎ยึดกันเป็นแพ มองไม่เห็นอเมริกา 219 00:11:00,960 --> 00:11:02,640 ‎ทุกอย่างเปลี่ยนด้วยชายคนหนึ่ง 220 00:11:02,720 --> 00:11:05,760 ‎นักเดินเรือและนักสืบอิตาเลียน ‎คริสโตเฟอร์ โคลัมโบ 221 00:11:05,840 --> 00:11:08,920 ‎โคลัมโบเข้าใจว่าถ้าแล่นเรือสุดแผนที่ 222 00:11:09,000 --> 00:11:11,480 ‎เขาจะวาร์ปมาอีกด้านอย่างเกมแพ็กแมน 223 00:11:11,560 --> 00:11:13,400 ‎นี่จะเป็นทางลัดไปอินเดีย 224 00:11:13,480 --> 00:11:15,640 ‎แถมสลัดผีร้ายที่ตามตัวอีก 225 00:11:15,720 --> 00:11:17,360 ‎เป็นเดิมพันที่สูงลิ่ว 226 00:11:17,440 --> 00:11:20,360 ‎ถ้าโคลัมโบทายถูก เขาจะเป็นเศรษฐี 227 00:11:20,440 --> 00:11:22,960 ‎ถ้าทายผิด ทุกคนจะหัวเราะเยาะ 228 00:11:23,040 --> 00:11:23,960 ‎แถมตายอีก 229 00:11:24,640 --> 00:11:27,400 ‎แต่เขายอมเสี่ยงและออกเรือไป 230 00:11:27,480 --> 00:11:29,960 ‎โคลัมโบไม่เจออินเดีย 231 00:11:30,040 --> 00:11:34,040 ‎แต่สุดท้ายเรือมาชนเข้ากับโลกใหม่ ‎ดาวโลกภาคสอง 232 00:11:34,120 --> 00:11:36,080 ‎หรืออเมริกา 233 00:11:36,160 --> 00:11:39,240 ‎ไม่นาน คนอื่นก็เอาตาม 234 00:11:41,320 --> 00:11:42,760 ‎ที่นี่คือพลีมัท 235 00:11:42,840 --> 00:11:47,160 ‎ในปี 1620 กลุ่มผู้เดินทาง ‎ที่แสวงหาชีวิตที่ดีกว่าเก่ามาที่นี่ 236 00:11:47,240 --> 00:11:50,240 ‎ซึ่งก็ไม่น่าแปลก อย่างที่บอก นี่คือพลีมัท 237 00:11:50,840 --> 00:11:54,000 ‎กลุ่มผู้เดินทางกระโดดขึ้นเจ็ตสกีหรือเรือ 238 00:11:54,080 --> 00:11:55,760 ‎เรือรบเมย์ฟลาวเวอร์ 239 00:11:56,520 --> 00:12:00,400 ‎แล่นข้ามภาพวาดมหาสมุทรแอตแลนติก ‎ด้วยความกล้าหาญ 240 00:12:00,480 --> 00:12:03,720 ‎เพื่อมายังอีกฝั่งที่ยังคงเป็นพลีมัท 241 00:12:03,800 --> 00:12:05,640 ‎พวกเขาคงใจเสียมาก 242 00:12:06,160 --> 00:12:09,560 ‎โชคยังดี พลีมัทนี้ ‎ไม่ใช่ที่เดียวกับที่จากมา 243 00:12:09,640 --> 00:12:14,160 ‎ทีแรกชาวอาณานิคมตรากตรำกับชีวิตโลกใหม่ 244 00:12:14,240 --> 00:12:17,120 ‎แต่โชคดีได้ชนพื้นเมืองสอนปลูกข้าวโพด 245 00:12:17,200 --> 00:12:18,520 ‎และชี้แหล่งตกปลา 246 00:12:18,600 --> 00:12:23,480 ‎ชาวอาณานิคมมอบไข้ทรพิษให้เป็นการตอบแทน 247 00:12:23,560 --> 00:12:27,360 ‎ผู้ตั้งรกรากไม่เคยลืม ‎ว่าชนพื้นเมืองทำอะไรให้บ้าง 248 00:12:27,440 --> 00:12:30,880 ‎ยกเว้นตอนสังหารหมู่พวกเขาอีกหลายปีต่อมา 249 00:12:30,960 --> 00:12:34,200 ‎ขณะที่โลกใหม่เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ 250 00:12:34,280 --> 00:12:38,040 ‎ในโลกเก่าก็เกิดประเด็นร้อน 251 00:12:38,800 --> 00:12:42,440 ‎นี่คือช่วงต้นศตวรรษ 1600 ‎นักวิทยาศาสตร์เซ่อซ่านี่ 252 00:12:42,520 --> 00:12:45,840 ‎กำลังจะเปลี่ยนทัศนคติของมนุษย์ตลอดกาล 253 00:12:45,920 --> 00:12:47,440 ‎เขามีชื่อว่ากาลิเลโอ 254 00:12:47,520 --> 00:12:50,360 ‎หนึ่งในไม่กี่คนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง 255 00:12:50,440 --> 00:12:52,200 ‎จนรู้จักกันแค่ชื่อเดียว 256 00:12:52,280 --> 00:12:55,920 ‎อย่างเชอร์ชิล, เป๊ปซี่, หรือการ์ฟีลด์ 257 00:12:56,000 --> 00:13:00,560 ‎ชื่อเต็มกาลิเลโอ ‎คือกาลิเลโอ ฟิกาโร แม็กนิฟิโคใช่มั้ย 258 00:13:00,640 --> 00:13:04,000 ‎ผมไม่แน่ใจว่าถูกนะ ไม่รู้… 259 00:13:04,080 --> 00:13:06,000 ‎โดมินิกันแรปโซดีว่างั้น 260 00:13:06,680 --> 00:13:08,480 ‎โบฮีเมียนแรปโซดีหรือเปล่า 261 00:13:08,560 --> 00:13:09,640 ‎งั้นชื่ออะไร 262 00:13:09,720 --> 00:13:13,360 ‎เท่าที่ทราบ เขาชื่อกาลิเลโอ กาลิเลอี 263 00:13:13,440 --> 00:13:16,120 ‎- กาลิเลโอ กาลิเลอี ‎- ถูกต้อง 264 00:13:16,200 --> 00:13:19,640 ‎อารมณ์อย่าง ฉันชื่อฟิโลมีนา ฟิโลมีนี 265 00:13:20,800 --> 00:13:22,040 ‎ก็ไม่เลวนะ 266 00:13:22,600 --> 00:13:25,680 ‎กาลิเลโอประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ที่ทรงพลัง 267 00:13:25,760 --> 00:13:28,320 ‎มองเห็นคนที่ดวงอาทิตย์เปลี่ยนเสื้อผ้า 268 00:13:28,400 --> 00:13:31,560 ‎แม่เจ้าโว้ย ขยายจนใหญ่ยักษ์ 269 00:13:31,640 --> 00:13:33,760 ‎ได้ลองหรือยัง วิเศษมาก 270 00:13:35,080 --> 00:13:36,240 ‎ทำได้ไงน่ะ 271 00:13:36,320 --> 00:13:38,800 ‎นี่กาลิเลโอตัวจริงหรือนักแสดงนะ 272 00:13:40,720 --> 00:13:42,160 ‎ตัวจริงงานยุ่งเหรอ 273 00:13:42,920 --> 00:13:47,560 ‎ความฉลาดด้านดาราศาสตร์ ‎ทำให้เขาค้นพบเรื่องสุดช็อก 274 00:13:47,640 --> 00:13:49,280 ‎พระสันตะปาปายังเหวอ 275 00:13:50,080 --> 00:13:51,680 ‎คัมภีร์พันธสัญญาเก่าบอกว่า 276 00:13:51,760 --> 00:13:54,880 ‎ดวงอาทิตย์โคจรรอบโลก ‎ไม่ใช่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ 277 00:13:54,960 --> 00:13:57,200 ‎ดังนั้นในสายตาศาสนจักร 278 00:13:57,280 --> 00:13:59,960 ‎กาลิเลโอกำลังหาว่าไบเบิลโกหก 279 00:14:00,040 --> 00:14:01,840 ‎แทนที่จะตอบโต้เว่อร์ๆ 280 00:14:01,920 --> 00:14:04,880 ‎ศาสนจักรก็สมกับชาวคริสต์ หาว่าเขานอกรีต 281 00:14:04,960 --> 00:14:07,680 ‎ตั้งศาลล็อกผลตัดสินว่าเขาผิดจริง 282 00:14:08,200 --> 00:14:12,280 ‎กาลิเลโอโดนคุมขังให้อยู่แต่ในบ้านตลอดชีวิต 283 00:14:12,360 --> 00:14:14,520 ‎บนดาวที่มีดวงอาทิตย์โคจรรอบ 284 00:14:14,600 --> 00:14:16,960 ‎ศาสนจักรว่าดวงอาทิตย์โคจรรอบโลก 285 00:14:17,040 --> 00:14:20,040 ‎แต่กาลิเลโอว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ 286 00:14:20,120 --> 00:14:22,240 ‎เราเข้าข้างใคร 287 00:14:22,320 --> 00:14:24,280 ‎เราเข้าข้างกาลิเลโอแน่นอน 288 00:14:25,280 --> 00:14:27,400 ‎ศาสนจักรสมัยนี้ก็คงเอาด้วย 289 00:14:27,480 --> 00:14:29,160 ‎เป็นไปได้มั้ยว่าถูกทั้งคู่ 290 00:14:29,240 --> 00:14:31,200 ‎ดวงอาทิตย์และโลกโคจรรอบกันและกัน 291 00:14:31,280 --> 00:14:32,720 ‎จะได้พอใจกันทุกฝ่าย 292 00:14:32,800 --> 00:14:34,280 ‎เห็นตรงตามนี้ไม่ได้เหรอ 293 00:14:34,880 --> 00:14:38,160 ‎ถ้าเขาประดิษฐ์เครื่องสร้างความอมตะได้ 294 00:14:38,240 --> 00:14:40,280 ‎แทนที่จะเป็นกล้องโทรทรรศน์ไร้สาระ 295 00:14:40,360 --> 00:14:43,680 ‎กาลิเลโอก็อาจอยู่จนได้เห็นคนยอมรับแนวคิด 296 00:14:43,760 --> 00:14:46,480 ‎น่าเสียดาย เขาไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น 297 00:14:47,760 --> 00:14:51,600 ‎โลกปรัชญาก็พัฒนาไม่ต่างกับโลกวิทยาศาสตร์ 298 00:14:51,680 --> 00:14:53,960 ‎ด้วยฝีมือนักคิดเด่นๆ เช่นรายนี้ 299 00:14:54,520 --> 00:14:57,240 ‎จิม เดสคาร์ตเป็นใคร 300 00:14:57,320 --> 00:15:00,920 ‎ผมก็ไม่รู้จักจิม เดสคาร์ต… 301 00:15:01,000 --> 00:15:02,840 ‎(ศ. ดักลาส เฮดลีย์ อ. ปรัชญาศาสนา) 302 00:15:02,920 --> 00:15:06,560 ‎แต่คนส่วนใหญ่ยอมรับว่า เรอเน เดการ์ต 303 00:15:06,640 --> 00:15:08,880 ‎เป็นบิดาแห่งปรัชญาสมัยใหม่ 304 00:15:08,960 --> 00:15:12,640 ‎"เพราะฉันคิด ฉันจึงมีอยู่" หมายความว่าไง 305 00:15:14,000 --> 00:15:19,720 ‎เดการ์ตมองว่าการตระหนักรู้ 306 00:15:19,800 --> 00:15:22,240 ‎สติสัมปชัญญะ 307 00:15:22,320 --> 00:15:26,240 ‎คือตัวกำหนดอัตลักษณ์ของมนุษย์ 308 00:15:26,320 --> 00:15:29,800 ‎เดี๋ยวนะ เพราะฉันคิด ฉันจึงมีอยู่ 309 00:15:29,880 --> 00:15:31,520 ‎แล้วคนอื่นล่ะ 310 00:15:31,600 --> 00:15:33,520 ‎เพราะเขาคิด เขาจึงมีอยู่มั้ย 311 00:15:33,600 --> 00:15:37,120 ‎ฉันจะรู้ได้ไงว่า เพราะเขาคิด เขาจึงมีอยู่ 312 00:15:37,200 --> 00:15:41,160 ‎หรือแค่ฉันคิดว่า เพราะเขาคิด เขาจึงมีอยู่ 313 00:15:41,240 --> 00:15:44,640 ‎แต่ที่จริง เขาไม่มีอยู่ แค่ฉันคิดว่ามีอยู่ 314 00:15:44,720 --> 00:15:47,280 ‎เพราะคุณกำลังคิด คุณจึงมีอยู่มั้ย 315 00:15:48,280 --> 00:15:51,400 ‎ผมคงไม่บอกว่าตัวตนของผม 316 00:15:51,480 --> 00:15:54,720 ‎มีความคิดเป็นตัวกำหนด 317 00:15:55,280 --> 00:15:59,320 ‎แต่เดการ์ตไม่ได้จะอ้างอย่างนั้น 318 00:15:59,400 --> 00:16:02,040 ‎เราคิดว่าตัวเองเป็นคนอื่นได้มั้ย 319 00:16:02,120 --> 00:16:05,720 ‎ถ้าฉันครุ่นคิดไม่หยุด 320 00:16:05,800 --> 00:16:07,320 ‎ว่าตัวเองคือเอ็ดดี เมอร์ฟี 321 00:16:08,120 --> 00:16:10,480 ‎สุดท้าย ฉันจะกลายเป็นเขาได้มั้ย 322 00:16:10,560 --> 00:16:14,280 ‎แล้วถ้าฉันเป็นเขา เขาจะกลายเป็นฉันมั้ย 323 00:16:14,360 --> 00:16:16,560 ‎หรือเขาจะหายไปเลย 324 00:16:16,640 --> 00:16:19,240 ‎เดการ์ตแตะประเด็นนี้บ้างมั้ย 325 00:16:20,800 --> 00:16:26,240 ‎เท่าที่ทราบ เดการ์ตไม่ได้แตะประเด็นนี้ 326 00:16:26,320 --> 00:16:27,240 ‎ทำไมล่ะ 327 00:16:28,360 --> 00:16:32,640 ‎เดการ์ตคือแรงบันดาลใจ ‎ของยุคที่ชื่อเรืองปัญญา 328 00:16:32,720 --> 00:16:35,480 ‎พวกชนชั้นสูงหลงตัวเองพากันออกงานเขียน 329 00:16:35,560 --> 00:16:39,640 ‎ผลักดันขยายขอบฟ้า อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 330 00:16:39,720 --> 00:16:44,360 ‎จนการออกเพลงเทคโนสุดเจ๋ง ‎"Pump Up The Jam" ในปี 1989 331 00:17:01,000 --> 00:17:04,000 ‎(วิดีโอได้เค้าโครงจากทรีตเมนต์ 72 หน้า ‎ของวิลเลียม โกลด์แมน) 332 00:17:04,080 --> 00:17:06,600 ‎(นักเขียนรางวัลออสการ์ ‎จากเรื่องสองผู้เกรียงไกร) 333 00:17:07,880 --> 00:17:11,280 ‎(เทคโนโทรนิกได้ชื่อมาจาก ‎การรวมคำว่า "เทคโน") 334 00:17:11,359 --> 00:17:14,160 ‎(หมายถึงเพลงแดนซ์ ‎กับ "โทรนิก" ที่แปลว่า "โทรนิก") 335 00:17:15,160 --> 00:17:21,079 ‎(แผ่น "Pump Up The Jam" ‎ขนาด 12 นิ้วที่วางขายแถมม้า) 336 00:17:22,560 --> 00:17:25,720 ‎(วันที่ 28 ธันวาคม 1879 ‎เวลา 19.16 น. สะพานเทย์ถล่ม) 337 00:17:25,800 --> 00:17:28,720 ‎(ขณะรถไฟกำลังข้าม ‎ผู้โดยสาร 60 คนเสียชีวิต) 338 00:17:30,079 --> 00:17:31,960 ‎ผู้ชายที่ติดอยู่ในภาพนี้ 339 00:17:32,040 --> 00:17:35,440 ‎คือนักปรัชญายุคเรืองปัญญา ฌ็อง-ฌัก รูโซ 340 00:17:35,520 --> 00:17:39,120 ‎ชื่อที่แสนจะฝรั่งเศส ‎จนน่าตั้งว่าปิแอร์ บาแก็ต 341 00:17:39,200 --> 00:17:40,280 ‎แต่ไม่ได้ตั้ง 342 00:17:40,360 --> 00:17:41,960 ‎ฉันเลยไม่เรียกอย่างนั้น 343 00:17:43,080 --> 00:17:47,600 ‎รูโซว่า "มนุษย์เกิดมาเสรี ‎แต่ในทุกที่กลับตกอยู่ใต้พันธนาการ" 344 00:17:48,120 --> 00:17:49,760 ‎เขาวาดฝันถึงสังคมใหม่ 345 00:17:49,840 --> 00:17:52,120 ‎ที่ทุกคนสามารถกำหนดชะตาของตน 346 00:17:52,200 --> 00:17:54,920 ‎เป็นความฝันที่ส่งให้ชาวอาณานิคม 347 00:17:55,000 --> 00:17:58,160 ‎เดินทางไปโลกใหม่ด้วยเรือเป็นฝูงๆ 348 00:17:59,320 --> 00:18:03,480 ‎หลังตั้งใจจะมาใช้ชีวิตสุจริตที่อเมริกา 349 00:18:03,560 --> 00:18:06,920 ‎ชาวอาณานิคมส่วนใหญ่ค้นพบว่าตัวเองขี้เกียจ 350 00:18:07,000 --> 00:18:10,120 ‎เลยไปลักคนจากแอฟริกามาทำงานแทน 351 00:18:10,720 --> 00:18:12,880 ‎คุณอาจคิด เอ๊ะ รูโซหมายถึง 352 00:18:12,960 --> 00:18:14,400 ‎คนกลุ่มนี้หรือเปล่า 353 00:18:14,480 --> 00:18:17,360 ‎ตอนที่บอกว่าต้องทลายพันธนาการ 354 00:18:17,440 --> 00:18:18,840 ‎แต่ไม่ใช่หรอก 355 00:18:18,920 --> 00:18:21,800 ‎เหมือนมนุษยนิยมทั่วไป เขาค้นพบช่องโหว่ 356 00:18:21,880 --> 00:18:25,880 ‎เมื่อไม่คิดว่าทาสเป็นมนุษย์ ‎เขาก็ไม่จำเป็นต้องแยแส 357 00:18:25,960 --> 00:18:28,000 ‎โชคดี ในช่วงเวลาเดียวกัน 358 00:18:28,080 --> 00:18:30,840 ‎ชาวอาณานิคมเริ่มสนใจเรื่องเสรีภาพ 359 00:18:32,360 --> 00:18:33,800 ‎แต่โชคไม่เข้าข้าง 360 00:18:33,880 --> 00:18:37,240 ‎เสรีภาพที่สนคือของตัวเอง ‎ไม่ใช่เสรีภาพของทาส 361 00:18:37,960 --> 00:18:42,400 ‎อาณานิคมอังกฤษปกครองโดยกษัตริย์ ‎และรูปวาดชื่อจอร์จที่ 3 362 00:18:43,200 --> 00:18:48,360 ‎แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง ‎อังกฤษกับโลกใหม่เริ่มเย็นชา 363 00:18:48,440 --> 00:18:53,600 ‎ความตึงเครียดระหว่าง ‎อังกฤษกับอเมริกาเกิดขึ้นได้ยังไง 364 00:18:53,680 --> 00:18:56,440 ‎เพราะคุณเรียก "คุกกี้" ‎แต่เราเรียก "บิสกิต" 365 00:18:56,520 --> 00:18:59,320 ‎คุณเรียก "ไซด์วอล์ก" ‎แต่เราเรียก "เพฟเมนต์" เหรอ 366 00:18:59,400 --> 00:19:00,600 ‎เพราะฉันว่าเวลาคบกัน 367 00:19:00,680 --> 00:19:03,680 ‎เรื่องผิดใจเล็กๆ น้อยๆ จะทับถมไปเรื่อยๆ 368 00:19:03,760 --> 00:19:05,080 ‎แย่กว่านั้นอีกค่ะ 369 00:19:05,160 --> 00:19:08,160 ‎ชาวอังกฤษจะเก็บภาษีอาณานิคม 370 00:19:08,240 --> 00:19:09,920 ‎เรื่องนี้ไม่เคยเกิดมาก่อน 371 00:19:10,000 --> 00:19:12,960 ‎แสดงว่าผิดใจกันเรื่องเงิน 372 00:19:13,040 --> 00:19:16,760 ‎คล้ายๆ ฉันกับฌอน แฟนเก่าเลยสิ 373 00:19:17,560 --> 00:19:20,920 ‎เราชอบซื้อของกลับมากิน ‎"กลับบ้าน" อย่างคุณเรียก 374 00:19:21,960 --> 00:19:26,120 ‎บางครั้ง เขาชอบบอกให้หารครึ่ง 375 00:19:26,200 --> 00:19:29,400 ‎แต่ก็ยังซื้อของพวกหอมใหญ่ทอด 376 00:19:29,480 --> 00:19:31,160 ‎ทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันเกลียด 377 00:19:31,240 --> 00:19:33,160 ‎กินแล้วปากก็เหม็น 378 00:19:34,320 --> 00:19:38,640 ‎แถมยังให้ฉันช่วยจ่ายอีก ไม่ยุติธรรมเลย 379 00:19:39,280 --> 00:19:40,200 ‎คุณเห็นว่าไง 380 00:19:41,120 --> 00:19:42,360 ‎เท่าที่ฟังก็ไม่ 381 00:19:42,440 --> 00:19:44,960 ‎อาจารย์เขายังว่าไม่เลย ฌอน 382 00:19:47,080 --> 00:19:49,680 ‎สุดท้ายในปี 1773 ที่บอสตัน 383 00:19:49,760 --> 00:19:52,600 ‎ชาวอาณานิคมกลุ่มหนึ่งตัดสินใจว่าพอที 384 00:19:52,680 --> 00:19:57,240 ‎ตอนคนที่บอสตันโมโหชาวอังกฤษมากๆ 385 00:19:57,320 --> 00:20:01,200 ‎ทำไมถึงจัดงานเลี้ยงน้ำชาแทน 386 00:20:01,280 --> 00:20:04,600 ‎ไม่ท้าสู้กับชาวอังกฤษตรงๆ 387 00:20:04,680 --> 00:20:07,880 ‎ทำไมดินแดนอเมริกาถึงขี้ขลาด 388 00:20:07,960 --> 00:20:10,320 ‎สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ 389 00:20:10,400 --> 00:20:13,960 ‎ความขี้ขลาดในเรื่องนั้น 390 00:20:14,040 --> 00:20:17,360 ‎ก็คงเป็นที่แต่งตัวเลียนแบบชนพื้นเมือง 391 00:20:17,440 --> 00:20:19,240 ‎และไม่ยอมประกาศชื่อตัว 392 00:20:19,320 --> 00:20:21,360 ‎แต่เป็นคุณจะยอมอาสา 393 00:20:21,440 --> 00:20:24,560 ‎เข้าคุก ทั้งๆ ที่หลบเลี่ยงได้เหรอ 394 00:20:26,560 --> 00:20:28,840 ‎ก็ต้องดูสภาพภายในก่อน 395 00:20:29,880 --> 00:20:32,800 ‎ดูหมิ่นใบชาก็เรื่องหนึ่ง 396 00:20:32,880 --> 00:20:36,120 ‎แต่เรื่องที่ตบหน้ากันสุดๆ ยังมาไม่ถึง 397 00:20:36,200 --> 00:20:39,800 ‎ในปี 1776 ผู้นำอาณานิคม 13 แห่ง 398 00:20:39,880 --> 00:20:42,800 ‎ตกลงว่า ไม่เป็นแล้วคนอังกฤษ 399 00:20:42,880 --> 00:20:44,160 ‎จะเป็นคนอเมริกัน 400 00:20:44,720 --> 00:20:48,640 ‎กลุ่มสุดยอดสเตรต ผิวขาว ‎ที่ชื่อบิดาผู้ก่อตั้ง 401 00:20:48,720 --> 00:20:51,680 ‎ร่างข้อความบอกเลิกที่ดังที่สุดในโลก 402 00:20:51,760 --> 00:20:54,200 ‎คำประกาศอิสรภาพ 403 00:20:54,280 --> 00:20:57,760 ‎ผู้ชายทุกคนในภาพคือวีรบุรุษ ‎ถ้าคุณเป็นคนอเมริกัน 404 00:20:57,840 --> 00:20:59,520 ‎สำหรับชาติอื่น แค่บางคน 405 00:21:00,200 --> 00:21:03,680 ‎เหตุครั้งนี้จุดชนวนสงครามอเมริกากับอังกฤษ 406 00:21:04,200 --> 00:21:06,840 ‎ยุคนั้นยังไม่มีใครประดิษฐ์ชุดพรางตัว 407 00:21:06,920 --> 00:21:10,000 ‎กองทหารอังกฤษจึงสวมเสื้อโค้ทสีแดงแจ๋ 408 00:21:10,080 --> 00:21:14,040 ‎และโดนยิงตายนับพันขณะที่ดูเท่ 409 00:21:14,760 --> 00:21:18,480 ‎ภาพวาดนี้คือเหตุการณ์สำคัญในสงคราม 410 00:21:18,560 --> 00:21:21,560 ‎จอร์จ วอชิงตันข้ามแม่น้ำเดลาแวร์ 411 00:21:21,640 --> 00:21:24,800 ‎อย่างที่เห็น เขายืนขาแข็งตลอดทาง 412 00:21:24,880 --> 00:21:26,720 ‎ไม่ยอมจองที่นั่งล่วงหน้า 413 00:21:26,800 --> 00:21:29,800 ‎เขาไม่ได้ล้ม แต่ก็ไม่ช่วยพาย 414 00:21:29,880 --> 00:21:31,200 ‎น่ารำคาญน่าดู 415 00:21:32,040 --> 00:21:34,040 ‎สุดท้าย วอชิงตันชนะ 416 00:21:34,120 --> 00:21:36,400 ‎ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกา 417 00:21:36,480 --> 00:21:41,040 ‎ตำแหน่งที่ทุกคนต่างเคารพจนกระทั่งปี 2016 418 00:21:41,120 --> 00:21:45,240 ‎วอชิงตันกับป๋าผู้ก่อตั้งเขียนรัฐธรรมนูญ 419 00:21:45,320 --> 00:21:47,680 ‎คู่มือแนะนำประเทศใหม่ 420 00:21:47,760 --> 00:21:51,440 ‎ที่แฝงแนวคิดทางการเมือง ‎ที่ทรงอิทธิพลมากมาย 421 00:21:51,520 --> 00:21:55,800 ‎ฉันเคยอ่านเจอว่า ‎อเมริกาไม่ใช่ประเทศ แต่เป็นความคิด 422 00:21:56,520 --> 00:21:59,160 ‎แต่เป็นแค่ประเทศไม่ใช่เหรอ 423 00:21:59,240 --> 00:22:01,080 ‎ก่อตั้งภายใต้ความคิด 424 00:22:01,160 --> 00:22:03,640 ‎ดังนั้น จึงมีขึ้นตาม… 425 00:22:03,720 --> 00:22:08,000 ‎มีขึ้นตามความคิด ‎เป็นแดนเสรีเพื่อทุกคนเสมอ 426 00:22:08,080 --> 00:22:10,800 ‎แต่การกินแซนด์วิชคือความคิด 427 00:22:10,880 --> 00:22:13,040 ‎ทาจักรยานสีฟ้านั่นก็ความคิด 428 00:22:13,120 --> 00:22:14,720 ‎พูดแบบ… 429 00:22:14,800 --> 00:22:15,920 ‎นั่นก็ความคิด 430 00:22:16,000 --> 00:22:17,880 ‎แต่อเมริกาเป็นแค่สถานที่ 431 00:22:18,920 --> 00:22:22,200 ‎การปฏิวัติอเมริกา ‎สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก 432 00:22:22,280 --> 00:22:23,560 ‎อย่าว่าแต่ทั่วดาว 433 00:22:23,640 --> 00:22:26,200 ‎โดยเฉพาะที่ฝรั่งเศส 434 00:22:26,280 --> 00:22:29,840 ‎ที่คนทั่วไปต้องกัดก้อนเกลือกิน 435 00:22:30,520 --> 00:22:34,160 ‎ส่วนคนรวยก็ใช้ชีวิตหรู ‎จับจีบสวมระบายไปวันๆ 436 00:22:34,760 --> 00:22:38,640 ‎ไม่นาน คนทั่วไปก็สุดทนกับผู้นำ ‎พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 437 00:22:38,720 --> 00:22:41,280 ‎และเมียคู่แฝด มารีแอนด์ตัวแน็ต 438 00:22:41,360 --> 00:22:43,160 ‎ที่ชอบชีวิตฟุ้งเฟ้อ 439 00:22:43,240 --> 00:22:45,760 ‎ขณะคนยากจนกินเค้กประทังชีวิต 440 00:22:47,000 --> 00:22:51,920 ‎สุดท้ายในปี 1789 เกิดการปฏิวัติเปลือยอก 441 00:22:52,920 --> 00:22:55,840 ‎คนจนล้มล้างกษัตริย์ ประดิษฐ์เครื่องจักร 442 00:22:55,920 --> 00:22:58,200 ‎ที่ล้างราชวงศ์ทั่วโลกให้หมดไป 443 00:23:00,040 --> 00:23:02,160 ‎เครื่องกิโยตินออกแบบมา 444 00:23:02,240 --> 00:23:05,640 ‎เพื่อตัดหัวคนให้มีมนุษยธรรมที่สุด 445 00:23:05,720 --> 00:23:07,800 ‎ต่อหน้าฝูงชนที่โห่ร้องดีใจ 446 00:23:07,880 --> 00:23:12,760 ‎แค่ต้องเอาหัวพวกเชื้อพระวงศ์มาสอดช่องนี้ 447 00:23:12,840 --> 00:23:16,720 ‎แล้วใบดาบคมกริบจะเลื่อนลงมาตัดหัว 448 00:23:16,800 --> 00:23:19,880 ‎แยกให้ศีรษะขาดออกจากร่าง 449 00:23:19,960 --> 00:23:22,680 ‎ถึงตอนนั้น พวกเขาคงนึกว่าหนีพ้น 450 00:23:22,760 --> 00:23:25,160 ‎แต่ความดีใจจะหายไปรวดเร็ว 451 00:23:25,240 --> 00:23:28,400 ‎เพราะวินาทีต่อมา หัวทิ่ม 452 00:23:28,480 --> 00:23:31,040 ‎ลงตะกร้าหวายหยาบๆ นี่ 453 00:23:32,760 --> 00:23:35,640 ‎ข้างในไม่ได้บุอะไรเลย 454 00:23:35,720 --> 00:23:38,320 ‎ดังนั้นหัวที่ทิ่มลงไปต้องฟกช้ำ 455 00:23:38,400 --> 00:23:40,200 ‎อาจจะกระทบกระเทือน 456 00:23:40,280 --> 00:23:41,640 ‎แต่นี่คงดีแล้วแหละ 457 00:23:41,720 --> 00:23:43,560 ‎ไม่โดนให้ยื่นหัวจากรถม้า 458 00:23:43,640 --> 00:23:45,480 ‎แล้วขับไปเฉียดตึกอาคาร 459 00:23:46,200 --> 00:23:50,320 ‎ถึงอย่างนั้น โดนกิโยติน ‎คงมีผลกระทบต่อคนมาก 460 00:23:50,400 --> 00:23:52,200 ‎โดยเฉพาะกับพระเจ้าหลุยส์ 461 00:23:52,280 --> 00:23:55,960 ‎ที่พอหัวหายแล้ว ‎เขาไม่เคยแพร่พันธุ์หรือสวมมงกุฎอีก 462 00:23:56,040 --> 00:23:59,720 ‎และคงไม่สามารถทำงานได้ไม่ว่าจะในสายไหน 463 00:23:59,800 --> 00:24:03,080 ‎นี่คงเป็นสาเหตุที่เขาเก็บตัวโดยสิ้นเชิง 464 00:24:03,160 --> 00:24:04,800 ‎หลังเกิดเหตุได้ไม่นาน 465 00:24:04,880 --> 00:24:07,240 ‎การปฏิวัติฝรั่งเศสไม่ใช่ครั้งแรก 466 00:24:07,320 --> 00:24:11,200 ‎ที่ประชาชนลุกฮือต่อต้านชนชั้นสูง ‎และอาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย 467 00:24:11,280 --> 00:24:15,240 ‎การปฏิวัติหลายครั้งคือคนจนโค่นล้มคนรวย 468 00:24:15,320 --> 00:24:17,560 ‎คุณว่ามหาเศรษฐีอย่างอีลอน มัสก์ 469 00:24:17,640 --> 00:24:20,000 ‎ควรกลัวว่าจะโดนกิโยตินมั้ย 470 00:24:21,000 --> 00:24:25,120 ‎ฉันว่าการปฏิวัติฝรั่งเศสทำให้ผู้มีอำนาจ 471 00:24:25,200 --> 00:24:29,320 ‎หลายๆ คนเป็นกังวลกับชีวิตตัวเอง 472 00:24:29,400 --> 00:24:31,920 ‎อีลอน มัสก์คงสามารถประดิษฐ์เครื่องจักร 473 00:24:32,000 --> 00:24:35,360 ‎ที่ตัดหัวเขาโดยใช้ไฟฟ้าได้ก่อนฝูงชนถึงตัว 474 00:24:35,440 --> 00:24:37,360 ‎คุณเชี่ยวชาญเรื่องนี้กว่าฉัน 475 00:24:37,440 --> 00:24:39,080 ‎ฉันแค่เดาสุ่ม 476 00:24:40,160 --> 00:24:43,800 ‎ไม่นาน ฝรั่งเศสตัดสินใจว่า ‎ต้องการคนแกร่งมาคุม 477 00:24:43,880 --> 00:24:46,840 ‎แล้วก็ได้ตัวจักรพรรดินโปเลียน 478 00:24:46,920 --> 00:24:50,320 ‎เท่าที่ตรวจสอบ ‎เขาไม่ใช่ญาติเพนกวินจักรพรรดิ 479 00:24:51,120 --> 00:24:54,040 ‎นโปเลียนรบพุ่งทั้งทางบกและทะเลจำนวนมาก 480 00:24:54,120 --> 00:24:56,720 ‎ซึ่งก็ยังคงใช้ทุนสูงเกินจะสร้างให้เห็น 481 00:24:56,800 --> 00:24:59,040 ‎ในสารคดีประวัติศาสตร์จวบจนปัจจุบัน 482 00:25:01,960 --> 00:25:05,360 ‎การใส่เสียงประกอบกับภาพเขียนอย่างนี้ 483 00:25:05,440 --> 00:25:07,680 ‎ช่วยเสริมบรรยากาศยุคนั้น 484 00:25:07,760 --> 00:25:10,360 ‎แต่ก็ยังมีองค์ประกอบหลักหายไป 485 00:25:10,440 --> 00:25:13,640 ‎เสียงเพลงคลาสสิกเป็นสิ่งเดียว 486 00:25:13,720 --> 00:25:16,240 ‎ที่จะมอบชีวิตให้กับสงครามนโปเลียน 487 00:25:23,800 --> 00:25:25,920 ‎เห็นมั้ย ดีขึ้นเยอะเลย 488 00:25:26,800 --> 00:25:30,360 ‎โชคดีที่ดนตรีคลาสสิก ‎ได้รับการปรับปรุงในยุโรป 489 00:25:30,440 --> 00:25:33,320 ‎โดยนักประพันธ์ชื่อเบโธเฟน 490 00:25:34,880 --> 00:25:39,360 ‎เบโธเฟนมีม้าขนาดจริง ‎อาศัยอยู่ในหน้าเขาเหรอ 491 00:25:40,800 --> 00:25:42,600 ‎โทษที ถามผิด 492 00:25:42,680 --> 00:25:45,720 ‎เบโธเฟนเก่งเรื่องดนตรีมั้ย 493 00:25:47,040 --> 00:25:48,760 ‎ได้ชื่อเป็นสุดยอดนักประพันธ์… 494 00:25:48,840 --> 00:25:51,120 ‎(ดร. เชอร์ลีย์ เจ. ทอมป์สัน ‎นักประพันธ์ อ. ด้านดนตรี) 495 00:25:51,200 --> 00:25:52,480 ‎ของดนตรีคลาสิกตะวันตก 496 00:25:52,560 --> 00:25:54,560 ‎เบโธเฟนแต่งเพลงทำนอง 497 00:25:59,080 --> 00:26:00,800 ‎เนื้อเพลงนี้หมายความว่าไง 498 00:26:01,760 --> 00:26:04,800 ‎เป็นทำนองโมทีฟออร์เคสตรา 499 00:26:04,880 --> 00:26:06,880 ‎แค่คำว่า "ดัม" ซ้ำๆ 500 00:26:06,960 --> 00:26:11,040 ‎อันนี้หลอกด่าคนฟัง หรือเป็นภาษาเยอรมัน 501 00:26:11,120 --> 00:26:16,280 ‎เพลงซิมโฟนีของเบโธเฟน มีแค่ทำนอง 502 00:26:16,360 --> 00:26:21,080 ‎ไม่มีเนื้อเพลงประกอบ 503 00:26:21,160 --> 00:26:23,640 ‎ไม่มีเนื้อเพลง งั้นจะรู้เนื้อหาได้ไง 504 00:26:23,720 --> 00:26:24,920 ‎ถ้าไม่มีเนื้อเพลง 505 00:26:25,000 --> 00:26:26,800 ‎ไร้ความหมายชัดๆ 506 00:26:27,400 --> 00:26:30,880 ‎แม้จะประสบความสำเร็จกับทำนองไร้ความหมาย 507 00:26:30,960 --> 00:26:34,680 ‎เบโธเฟนกลับต้องเจอ ‎เรื่องท้าทายใหญ่หลวงทางการงาน 508 00:26:34,760 --> 00:26:37,680 ‎จริงหรือเปล่าที่ช่วงปั้นปลายชีวิต 509 00:26:37,760 --> 00:26:39,120 ‎เบโธเฟนตายแล้ว 510 00:26:40,400 --> 00:26:43,160 ‎เขาหูหนวกแทบจะทั้งชีวิต 511 00:26:43,240 --> 00:26:44,280 ‎- ครึ่งชีวิตน่ะ ‎- ไม่ใช่ ตาย 512 00:26:44,360 --> 00:26:45,600 ‎- ตายเหรอ ‎- ค่ะ 513 00:26:47,000 --> 00:26:48,200 ‎ไม่นะ 514 00:26:48,280 --> 00:26:50,640 ‎โปรดิวเซอร์เขียนโน้ตมาให้ 515 00:26:50,720 --> 00:26:52,440 ‎มีจริงๆ 516 00:26:53,240 --> 00:26:54,240 ‎- ขอฉันดูหน่อย ‎- เขา… 517 00:26:55,640 --> 00:27:00,280 ‎"ช่วงปั้นปลาย เบโธเฟนตายรุนแรง" 518 00:27:00,360 --> 00:27:02,120 ‎หูหนวกรุนแรง 519 00:27:02,200 --> 00:27:04,160 ‎หูหนวก 520 00:27:04,240 --> 00:27:06,200 ‎แหงละ เขาหูหนวกตอนตาย 521 00:27:06,280 --> 00:27:10,480 ‎แต่ตอนยังไม่ตาย หูหนวกมั้ย 522 00:27:10,560 --> 00:27:12,440 ‎หนวกอย่างรุนแรง 523 00:27:12,520 --> 00:27:14,680 ‎- เขาหูหนวกรุนแรง ‎- แต่ไม่ตายนะ 524 00:27:14,760 --> 00:27:15,920 ‎- ไม่ตาย ‎- ไม่ตาย 525 00:27:16,000 --> 00:27:18,720 ‎- ตอนยังมีชีวิต ‎- ไม่ๆ 526 00:27:18,800 --> 00:27:21,000 ‎แล้วเขาแต่งเพลงได้ยังไงหลังตายแล้ว 527 00:27:22,480 --> 00:27:25,640 ‎วันที่ 26 มีนาคม 1827 528 00:27:25,720 --> 00:27:27,760 ‎เบโธเฟนตายจริงในที่สุด 529 00:27:27,840 --> 00:27:30,760 ‎คิดกันว่าความอัจฉริยะของเขาจะสาบสูญไป 530 00:27:30,840 --> 00:27:32,200 ‎จนกระทั่งตอนนี้ 531 00:27:32,760 --> 00:27:35,240 ‎นักคิดซิลิคอน วัลเลย์สร้างจิตใจเขาขึ้น 532 00:27:35,320 --> 00:27:38,160 ‎นำมาติดตั้งใส่ลำโพงอัจฉริยะนี้ 533 00:27:38,240 --> 00:27:40,080 ‎บีเอตโฮเฟน สมาร์ต โฮม พลัส 534 00:27:40,160 --> 00:27:41,440 ‎ลองทดสอบหน่อย 535 00:27:42,200 --> 00:27:45,280 ‎บีเอตโฮเฟนแต่งเพลงซิมโฟนี 536 00:27:45,360 --> 00:27:46,400 ‎อะไรนะ 537 00:27:47,040 --> 00:27:49,120 ‎แต่งซิมโฟนี 538 00:27:49,200 --> 00:27:50,560 ‎นี่ฉันอยู่ไหน 539 00:27:50,640 --> 00:27:52,880 ‎อะไร แต่งเพลงไปสิ 540 00:27:52,960 --> 00:27:55,880 ‎ในนี้มืดตื๋อเลย ทำไมฉันพูดภาษาอังกฤษ 541 00:27:55,960 --> 00:27:57,240 ‎- มองไม่เห็นขา ‎- เอาอย่างนี้ 542 00:27:58,200 --> 00:28:00,000 ‎เล่นเพลย์ลิสต์คืนวันศุกร์ 543 00:28:00,080 --> 00:28:01,520 ‎กำลังเล่นเพลย์ลิสต์คืนวันศุกร์ 544 00:28:03,120 --> 00:28:05,080 ‎ทำไมฉันถึงทำตาม 545 00:28:05,160 --> 00:28:07,480 ‎พระเจ้าบนสวรรค์ ฆ่าฉันเถอะ 546 00:28:12,240 --> 00:28:15,720 ‎เราได้เห็นไปแล้ว เพียงแค่ไม่กี่ร้อยปี 547 00:28:15,800 --> 00:28:16,920 ‎มนุษยชาติมี 548 00:28:17,000 --> 00:28:20,760 ‎การปฏิวัติวัฒนธรรม ‎และการเมืองขนานใหญ่มากมาย 549 00:28:20,840 --> 00:28:23,720 ‎ครั้งหน้าฉันจะพาไปดูการปฏิวัติยักษ์ใหญ่ 550 00:28:23,800 --> 00:28:28,680 ‎การปฏิวัติอุตสาหกรรม ‎จากเหล็ก, ไอน้ำ, หยาดเหงื่อ, 551 00:28:28,760 --> 00:28:32,200 ‎เครื่องบิน, รถไฟ, รถยนต์ ‎และเครื่องบินอีกครั้ง 552 00:28:32,280 --> 00:28:34,880 ‎คนเพียรพยายามสร้างเครื่องบินหลายปี 553 00:28:35,520 --> 00:28:38,440 ‎ทำไมเราถึงสนใจจะพิชิตท้องฟ้านัก 554 00:28:38,520 --> 00:28:39,760 ‎ไม่เห็นจะมีอะไร 555 00:28:39,840 --> 00:28:41,600 ‎แค่ที่จะนั่งยังไม่มีเลย 556 00:29:04,080 --> 00:29:06,240 ‎คำบรรยายโดย พรพรรณ มุกนพรัตน์